วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (WWL L-Carnitine) คือคำตอบของการลดน้ำหนัก

วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (WWL L-Carnitine) คือคำตอบของการลดน้ำหนัก

วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (WWL L-Carnitine)... Read More

วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (WWL L-Carnitine) คือคำตอบของการลดน้ำหนัก

ในส่วนบทบาทในการลดน้ำหนักและสะสมไขมัน ดูเหมือนว่า วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (WWL L-Carnitine)

น่าจะเป็นคำตอบที่ดีของคุณๆที่ประสงค์จะลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ

เนื่องจากมีการทดลองนำเอาเซลล์ไขมัน (Adipose Tissue) ของคนอ้วนมาวิเคราะห์

พบว่าในเนื้อเยื้อดังกล่าว แทบจะไม่มี คาร์นิทีน (Carnitine) อยูเหลือเลย

ดังนั้นจากความสัมพันธ์นี้เอง ทีมนักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า กลไกการลำเลียงไขมัน

เพื่อไปใช้หากถูกขัดขวางด้วยวิธีใดก็ตาม ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันได้

แต่หากให้สารชนิดนี้เพิ่มเข้าไป ก็จะส่งผลให้อัตราการเผาผลาญของไขมันสะสมมากขึ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (WWL L-Carnitine) ช่วยเร่งการเผาผลาญ

ไขมันให้มากขึ้น ให้ร่างการดึงมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับ

คนที่ออกกำลังการเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้หน้าท้องดูแบนราบ และร่างกายดูเฟิร์มขึ้น

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) น้ำอมฤตของหัวใจ

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) น้ำอมฤตของหัวใจ

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) น้ำอมฤตของหัวใจ ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถสังเคราะห์ คาร์นิทีน... Read More

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) น้ำอมฤตของหัวใจ

ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถสังเคราะห์ คาร์นิทีน (Carnitine) ได้เอง และเรายังสามารถรับ คาร์นิทีน (Carnitine) จากอาหารหลากหลายชนิด แต่ความต้องการ คาร์นิทีน (Carnitine) ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัย หรือความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

 

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) กับวงการแพทย์

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งในวงการแพทย์คาร์นิเทียนเปรียบได้เป็น Heart tonic หรือ น้ำอมฤตของหัวใจ เพราะหน้าที่หลักของ แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) คือ ช่วยเผาผลาญไขมัน โดย แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) จะลำเลียงโมเลกุล ไขมันเล็กๆ เข้าไปในส่วนของเซลล์ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน จึงเป็นตัวช่วยลดระดับไขมันในเลือดอย่างคอเลสเตอรอล , ไตรกลีเซอร์ไรด์ , ไขมันในกล้ามเนื้อหัวใจ และในเซลล์ตับ แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ยังถูกนำไปรักษาผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดขา ซึ่งก็ได้ผลดี และนักวิจัยยังพบว่า แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine)  ช่วยทำให้เชื้ออสุจิในชายที่มีบุตรยาก (แต่ไม่ได้เป็นหมัน) เคลื่อนตัวว่องไวขึ้น มีจำนวนมากขึ้น และหากรับประทาน แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ครั้งละ 2 กรัม/วัน ติดต่อกันนาน 3 เดือนจะช่วยทำให้ชายสูงวัยมีอารมณ์ และกำลังวังชากลับมาอีกครั้ง

 

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) กับการลดน้ำหนัก

คนที่อ้วนพุงพลุ้ยเกิดจากระบบร่างกายมีความบกพร่อง เพราะไม่มี แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ในเนื้อเยื่อ ร่างกายจึงไม่เผาผลาญไขมัน จะรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ และหากเจาะเลือดตรวจ ก็จะพบว่าระดับคลอเลสเตอรอล และไตรกรีเซอร์ไลต์ในเลือดมีปริมาณสูงขึ้น ซึ่งหากปล่อยไว้นานหลอดเลือดจะเกิดการแข็งตัวซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ คนที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายแล้วจะเหนื่อยง่าย ให้เริ่มต้นด้วยการรับประทาน แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ในปริมาณ 2 กรัม ในตอนเช้าหลังตื่นนอน เพราะ แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) จะออกฤทธิ์ได้ดี และมีประสิทธิภาพมากในตอนที่ท้องว่าง และหากออกกำลังกายเสริมด้วยก็จะยิ่งทำให้น้ำหนักตัวลดเร็วยิ่งขึ้น เพราะ แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) จะยิ่งเร่งการเผาผลาญ และสลายไขมันได้เป็นอย่างดีในขณะออกกำลังกาย และหากผู้ที่รับประทาน แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) เพื่อลดน้ำหนักได้ผลดีแล้ว น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ ก็ให้ลดปริมาณการรับประทาน แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ลง เหลือเพียงวันละ 1 กรัม และรับประทานทุกวัน

 

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) กับนักกีฬา

แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ดีต่อนักกีฬาอย่างไร แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ทำให้การใช้ออกซิเจนของนักกีฬา มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น โดยไม่เหนื่อยล้า หรือเพิ่มความอดทนในการออกกำลัง เมื่อใช้ แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) เป็นประจำ เมื่อเริ่มใช้ใหม่ๆหากจะให้เห็นผลอาจต้องใช้ แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ในปริมาณสูง ก่อนออกกำลังกายสัก 20 นาทีแล้วลดลงหลังจากพึงพอใจแล้ว

 

 ถึงแม้ว่าการรับประทาน แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) ในระยะยาวจะยังไม่ปรากฏผลเสียต่อร่างกายในคนปกติ แต่ก็ยังมีคำเตือนต่อผู้ที่เป็นโรคไตให้รับประทานด้วยความระมัดระวัง  ซึ่งโดยรวมแล้วการรับประทาน แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) จะส่งผลดีให้กับร่างกายและตัวคุณเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากนึกถึง แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) เมื่อไร ให้นึกถึง WWL L-Carnitine วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (ดีเจเพชรจ้า แอลคาร์นิทีน)

ข้อควรรู้ของ WWL L-Carnitine วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (ดีเจเพชรจ้า แอลคาร์นิทีน)

ข้อควรรู้ของ WWL L-Carnitine วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (ดีเจเพชรจ้า แอลคาร์นิทีน)

ข้อควรรู้ของ WWL L-Carnitine วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (ดีเจเพชรจ้า แอลคาร์นิทีน)   L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน)... Read More

ข้อควรรู้ของ WWL L-Carnitine วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (ดีเจเพชรจ้า แอลคาร์นิทีน)

 

L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) มีผลต่อกระดูกของคนเรา
เมื่อมนุษย์เริ่มแก่ตัวลง ความเข้มข้นของ Carnitine (คาร์นิทีน) จะลดลงไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อระบบเผาผลาญกรดไขมันในเนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะจะเกิดผลกระทบต่อกระดูก จึงจำเป็นที่จะต้องมีการสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง และเซลล์สร้างกระดูกจะทำหน้าที่เผาผลาญเพื่อซ่อมแซมมวลกระดูก ผู้สูงอายุและวัยหมดประจำเดือนจึงมักเกิดภาวะโรคกระดูกพรุน เพราะขาด L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน)

 

L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) มีผลต่อการต่อต้านอนุมูลอิสระ
L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) ก่อให้เกิดสารต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่สำคัญ โดยป้องกันต่อต้านการสะสมไขมันของเยื่อหุ้มเซลล์ และต่อต้านภาวะเครียดออกซิเดชันที่จะเกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อหัวใจและระดับเซลล์เยื่อบุสภาวะหัวใจ
ส่วนใหญ่ Carnitine (คาร์นิทีน) จะใช้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ การทดลองทางการแพทย์หลายตัวแสดงให้เห็นว่า L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) สามารถใช้รักษาทั่วไปในอาการปวดหัวใจ เพื่อลดความต้องการยาและบำบัดให้ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบออกกำลังกายแล้วไม่มีอาการเจ็บหน้าอก นี่คือการยืนยันเกี่ยวกับผลเชิงบวกในการใช้ Carnitine (คาร์นิทีน) หลังจากภาวะหัวใจล้มเหลว ผลการศึกษายังกล่าวอีกว่า ควรรับประทานทาน L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) เพื่อลดอาการหัวใจวาย โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประสบการณ์เจ็บหน้าอก และหัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) เป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก
แม้ว่า L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) จะอยู่ในส่วนผสมของอาหารเสริมลดน้ำหนัก และก็มีผลการศึกษาบางตัวแสดงให้เห็นว่าการรับประทานทาน Carnitine (แอลคาร์นิทีน) ยังช่วยลดมวลไขมัน และ เพิ่มเป็นมวลกล้ามเนื้อ และลดความเมื่อยล้า ซึ่งผลทั้งหมดนี้อาจเป็นการสนับสนุนให้ลดน้ำหนักได้ทางอ้อม

 

อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) ยังช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงาน และปรับปรุงการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองของผู้ป่วยสูงอายุ เพื่อรักษาอาการภาวะฮอร์โมนธัยรอยด์ในเลือดสูงได้อีกด้วย
อาหารที่มีปริมาณ Carnitine (คาร์นิทีน) สูง


แหล่งของ Carnitine (คาร์นิทีน) ที่มีมากจะพบในเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์จากนม แต่ Carnitine (คาร์นิทีน) จากแหล่งธรรมชาติก็มีนะ เช่น ถั่วและเมล็ดพืช ( ฟักทอง ทานตะวัน งา) พืชตระกูลถั่วหรือเมล็ดถั่ว (ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วแขก, ถั่วลิสง) ผัก (อาร์ติโชค, หน่อไม้ฝรั่ง, หัวผักกาดเขียว, บร็อคโคลี่, ผักคอลลาร์ด, กระเทียม, ผักกาดเขียวปลี, กระเจี๊ยบมอญ, พาสลี่ย์, คะน้า) ผลไม้ (แอปปริคอท, กล้วย) ธัญพืช ( บัควีท(buckwheat), ข้าวโพด, ลูกเดือย, ข้าวโอ๊ต, รำข้าว, ข้าวไรย์, ข้าวสาลี, รำข้าวสาลี, จมูกข้าวสาลี) และอื่นๆ ดังนี้

 

ปริมาณอาหารใน 100 กรัม เมื่อเทียบกับปริมาณ Carnitine (คาร์นิทีน)

สเต็กเนื้อ                                                          95.0 มิลลิกรัม

เนื้อบด                                                              94.0 มิลลิกรัม

เนื้อหมู                                                              27.7 มิลลิกรัม

เบคอน                                                              23.3 มิลลิกรัม

Tempeh (ถั่วหมักจากเชื้อรา)                                  19.5 มิลลิกรัม

ปลาค็อด                                                             5.6 มิลลิกรัม

อกไก่                                                                  3.9 มิลลิกรัม

เนยแข็งอเมริกา                                                    3.7 มิลลิกรัม

ไอศครีม                                                               3.7 มิลลิกรัม

นมที่ไม่ได้เอาครีมออก                                            3.3 มิลลิกรัม

อโวคาโด                                                             2.0 มิลลิกรัม

Cottage cheese                                                   1.1 มิลลิกรัม

ขนมปังโฮลวีต                                                    0.36 มิลลิกรัม

หน่อไม้ฝรั่ง                                                       0.195 มิลลิกรัม

ขนมปังขาว                                                       0.147 มิลลิกรัม

มะกะโรนี                                                          0.126 มิลลิกรัม

เนยถั่ว                                                            0.083 มิลลิกรัม

ข้าวสุก                                                         0.0449 มิลลิกรัม

ไข่                                                                0.0121 มิลลิกรัม

น้ำส้ม                                                           0.0019 มิลลิกรัม


โดยทั่วไปคนเราควรได้รับ Carnitine (คาร์นิทีน) ในปริมาณ 20 ถึง 200 มิลลิกรัมต่อวัน ด้วยเหตุนี้ผู้ที่เคร่งครัดในการทานมังสวิรัติจะรับประทานเพียง 1 มิลลิกรัมต่อวัน และ ไม่มีประโยชน์ที่จะรับประทาน Carnitine (คาร์นิทีน) มากกว่า 2 กรัมภายในครั้งเดียว เพราะว่าร่างกายสามารถดูดซึมได้สูงสุดได้เพียง 2 กรัม เท่านั้น
นอกจากนี้แล้ว เราสามารถรับประทาน L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) จากแหล่งอื่นๆได้เช่น วิตามิน, เครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดต่างๆที่มี L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน) เป็นส่วนผสมอย่างเช่น WWL L-Carnitine วูล์ฟเวอรีน แอลคาร์นิทีน (ดีเจเพชรจ้า แอลคาร์นิทีน) นั่นเอง

สั่ง WWL ผ่าน Movefast ได้แล้ววันนี้!!!

สั่ง WWL ผ่าน Movefast ได้แล้ววันนี้!!!

  MOVEFAST IG: @djpetjah – ” ซื้อแอลคานิทีน ได้ที่ มูฟฟาสท์ 1บริษัทในเครือ ของน้องชายเฮีย นะจ้า... Read More

IG: @djpetjah - " ซื้อแอลคานิทีน ได้ที่ มูฟฟาสท์ 1บริษัทในเครือ ของน้องชายเฮีย นะจ้า มั่นใจได้ หรือ ในห้าง 22 สาขา และทาง line id WHEYWWL2 รีดไขมันทันตา "

WWL L-Carnitine แอลคานิทีน

WWL L-Carnitine แอลคานิทีน

เรามาดูประโยชน์ของแอลคานิทีนเบื้องต้นกันเถอะ ... Read More

  • เรามาดูประโยชน์ของแอลคานิทีนเบื้องต้นกันเถอะ