การออกกำลังกายด้วยวิธีการปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานด้วยวิธีการออกกำลังกายเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอีกชนิดหนึ่ง การออกกำลังกายแบบนี้เราจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ เราจะได้กำลังช่วงขา น่อง หรือว่าในส่วนหลังอีกด้วย

ก่อนการปั่นจักรยานควรดื่มน้ำผสมเวย์โปรตีนและไม่ควรดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้จุก ก่อนการขึ้นจักรยานหากว่าท่านเป็นมืออาชีพจริงๆ ท่านควรจะศึกษาเส้นทางการปั่นจักรยานให้ดี  บางครั้งเส้นทางที่เราปั่นจักรยานอาจเป็นทางถนนสาธารณะหรือว่าเป็นฟุตบอลที่เล็กและแคบ เราก็อาจจะไปปั่นจักรยานที่เส้นทางอื่น

การปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะก็เป็นที่น่าสนใจของใครหลายคน แน่นอนว่าสาธารณะเช่นสวนลุม สวนรถไฟจตุจักร มีทั้งคนทำกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการปั่นจักรยาน การวิ่ง การเดิน การรำไทเก็ก ฉะนั้นท่านที่ออกกำลังกายด้วยวีธีการนี้ต้องระมัดระวังคนอื่นหรือผู้ร่วมใช้เส้นทางด้วย

ก่อนการขี่จักรยาน เราต้องมีการเตรียมตัวก่อน การเตรียมตัวที่ดีเช่นมีการพกเครื่องดื่มที่ให้เกลือแร่ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน เช่น เวย์โปรตีน พกไปกับตัวจักรยาน

และวิธีการออกกำลังกายแบบอื่นก่อนที่จะขี่จักรยานมีดังนี้

1.การสวมหมวกกันน็อค

การสวมหมวกกันน็อคเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ หลายคนมักจะประมาทไม่ยอมสวม การขี่จักรยานหากคุณขี่หรือปั่นด้วยความเร็ว หากพลาดพลั้งหกล้มขึ้นมา คุณก็มีอุปกรณ์ป้องกัน (อุปกรณ์เซฟตี้) มีการวิจัยว่าในประเทศสหรัฐอเมริกา นักปั่นจักรยานได้รับบาดเจ็บโดยอุบัติเหตที่ศีรษะมากกว่า 6,000 คนต่อปี, 75 เปอร์เซ็นต์จาก 6,000 คนต่อปีถึงขั้นเสียชีวิต และสุดท้ายนักปั่นที่ประสบอุบัติเหตุ ปลอดภัยเพราะสวมหมวกกันน็อคมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าการสวมหมวกกันน็อคในการขี่จักรยานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หววกกันน็อคที่สวมใส่ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน หมวกกันน็อคที่สวมจะต้องได้มาตรฐาน มอก. หมวกที่สวยงามแต่ไม่ได้มาตรฐานไม่อาจช่วยคุณจากอุบัติเหตุหนักๆ ได้ ควรเลือกสีของหมวกเป็นโทนสว่างๆ หากว่าท่านขี่ในเวลากลางคืน หรือเลือกโทนสีของหมวกเนสีดำเข้มหากว่าท่านขี่ในเวลากลางวัน ให้เลือกหมวกที่พอดีกับผู้สวม ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป สายรัดต้องปรับให้กระชับ

2. เลือกขนาดจักรยานให้พอเหมาะกับบุคคล

การเลือกจักรยานที่ดีไม่ใช่เลือกอันที่สวย, น้ำหนักที่มากของรถ แต่ท่านต้องเลือกขนาดของรถจักรยานให้เหมาะกับตัวของตนเอง ในจักรยานเสือหมอบให้ลองยืนคร่อมที่จักรยาน แล้วมีระยะห่างระหว่างขาหนีบกับท่อนอนประมาณ 1-2 นิ้ว ส่วนจักรยานเสือภูเขาควรมีระยะห่างเป็นปกติอย่างน้อย 2 นิ้ว ตำแหน่งของแฮนด์อยู่ต่ำกว่าอานประมาณ 1 นิ้ว

การซื้อจักรยานให้เลือกร้านที่มีบริการที่ดี ให้คำแนะนำที่ดี เพราะว่าบางครั้งการซื้อจักรยานราคาแพงๆ 3-4 พันบาท ท่านก็คงอยากให้จักรยานอยู่กับเราไปนานๆ

3.เลือกใช้อานและปรับตำแหน่งให้ถูกต้อง

อานหรือเบาะจักรยานมีหลายแบบ หลายรูปร่างให้เลือกที่เหมาะกับสรีระของนักปั่น อานแบบเจลจะช่วยลดการเสียดสีของขาได้ ตำแหน่งความสูงของอานก็เป็นเรื่องที่สำคัญควรปรับให้พอดี ไม่ควรปรับให้อานสูงหรือต่ำเกินไป หากปรับให้อานสูงขาของท่านก็จะเหยียบพื้นไม่ถึง หากปรับให้อานต่ำเกินไปเวลาปั่นจักรยาน ท่านก็อาจจะเมื่อยขา, ปวดขาได้

4.ให้ระวังเมื่อต้องขี่ในถนนที่มีการจราจรหนาแน่น

หากว่านักปั่นไม่สามารถหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น ไม่ว่าจะเป้นยามที่รถจอดอยู่นิ่งๆ หรือว่ายามที่รถออกตัว แม้กระทั่งการปั่นจักรยานเป็นกลุ่มด้วยกันบางครั้งก็ต้องระวังเพราะว่าหากเราใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะสม เร็วหรือช้าเกินไป อาจทำให้รถจักรยานที่เราขี่ไปเกี่ยวกับรถจักรยานคันอื่นได้

การปั่นจักรยานที่ถูกต้องควรปั่นจักยานชิดเลนซ้ายตลอดเวลา ทั้งการปั่นคนเดียวและการปั่นเป็นกลุ่ม และให้รถยนต์ที่วิ่งอยู่ผ่านไปก่อนเสมอ ถ้าคุณต้องปั่นจักรยานบนถนนเป็นประจำ แนะนำให้นำกระจกมาติดเพื่อให้สามารถมองข้างหลังได้ด้วย

ถ้าคุณยังไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการปั่นจักรยานหรือว่า จักรยานที่ปั่นไม่คุ้นมือ แนะนำว่าให้คุณไปปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะก่อนจะดีกว่า

5.การเบรคต้องเบรคพร้อมกันทั้งหน้าและหลัง

การปั่นจักรยานเมื่อมีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า ท่านก็ต้องเบรค การเบรคที่ถูกต้องควรบีบก้านเบรคพร้อมกันทั้งหน้าและหลังเพื่อไม่ให้เสียการทรงตัว หากว่าท่านเบรคกระทันหันแนะนำให้โยกสะโพกไปด้านหลังด้วยเพื่อไม่ให้รถเสียการทรงตัว

การคำนึงถึงความปลอดภัยในการขี่เป็นเรื่องสำคัญ ท่านไม่ควรขี่จักรยานโดยปล่อยมือ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุที่ต้องเหยียบเบรคกระทันหัน มือข้างที่ท่านจับแฮนด์อยู่จะจับเบรคเพียงข้างเดียว ทำให้ท่านล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นได้

6.การปั่นจักรยานควรผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี

เวลาคุณปั่นจักรยานขึ้นเนินเขา จำเป็นต้องใช้กำลังขามาก ร่างกายจะสร้างกรดแลคติกขึ้นมา ซึ่งมันจะส่งผลให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อ พอคุณปั่นลงเนินเขาแนะนำให้คุณปั่นจักรยานเบาๆ เป็นวิธีที่ดีในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อดีกว่าการที่คุณไม่ออกแรงปั่นอะไรเลย มันจะเป็นการลดกรดแลคติกที่มีอยู่ในกล้ามเนื้อได้ดี

7.แนะนำให้เปลี่ยนท่ายามเมื่อย

แน่นอนว่าสิงห์นักปั่นทั้งหลาย ย่อมไม่ปั่นจักรยานแค่เบาๆ หรือว่าทางใกล้ๆแน่ ท่านจะสนุกเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์ การปั่นจักรยานเป็นระยะทางนาน ก่อให้เกิดการเมื่อยล้าได้ ให้ท่านลองเปลี่ยนอิริยาบถในขณะที่ปั่นจักรบานเช่นเปลี่ยนตำแหน่งของมือที่จับแฮนด์ เปลี่ยนองศาการนั่ง ขยับคอ และผ่อนคลายการบีบมือไม่ให้แน่นจนเกินไป

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อแนะนำเบื้องต้นในการปั่นจักรยานให้ถูกวิธีและปลอดภัย หลังการปั่นจักรยานอย่าลืมทาน เวย์โปรตีนดีเจเพชรจ้า (WheyWWL) เพื่อให้ร่างกายได้โปรตีน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้ร่างกายแข็งแรงด้วยนะครับ !!!!